Blog : Live in Sangklaburi

สวัสดีครับ นี่เป็น Blog แรกเลยที่จะพาไปเที่ยว เล่าเรื่องด้วยภาพนิดๆหน่อย 😀

ช่วงนี้หนีน้ำท่วมกลับมาบ้านที่กาญจนบุรี เลยได้เดินทางไปสังขละบุรีที่อยากไปมาแสนนาน เลยแบกกล้องแล้วออกเดินทาง
เนื่องจากเดินทางจากตัวเมืองกาญจน์มันเร็วกว่าที่กรุงเทพฯ แต่ก็ปาไปสามชั่วโมงกว่าแน่ะ แถมเส้นทางค่อนข้างโหด
นั่งรถกันเมาไม่ต้องพึ่งเหล้าเลยทีเดียว ฮาาาา

ไปคราวนี้มีเจ้าถิ่นพาเที่ยวครับ เป็นลูกของเพื่อนพ่อผมเอง ก็ไปค้างบ้านลุงเขานี่ล่ะ ก็ขับรถไปโน่นไปนี่
นี่เป็นถ้ำอะไรซักอย่าง จำชื่อไมไ่ด้แล้ว มีเด็กตัวน้อยๆ จู่ๆมาเสนอพาเข้าไปข้างในด้วย ก็สวยดีนะ มีหินงอกหินย้อย
แต่ก็ไม่ได้อลังการอะไรมากมายแถมข้างในร้อนมากๆด้วย T^T

ไม่เล่าอะไรมากละกัน นี่เจดีย์พุทธคยา (เห็นว่าเป็นของจำลอง องค์จริงอยู่ที่พม่า) ช่วงกลางวันวันแรกที่ไปถึง แดดดีฟ้าสวย

ที่เห็นเป็นน้ำนี่ เป็นน้ำมาจากเขื่อนวชิราลงกรณ์นะครับ ก็มีชาวบ้านอาศัยอยู่ตามแพ และริมน้ำกันมากมาย
เป็รวิธีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย เห็นแล้วอยากไปอยู่เลยสงบดีจัง

เห็นไกลๆแหล่มๆสีทองๆนั่นคือเจดีย์พุทธคยา (จำลอง) นะครับ มาคราวนี้ติดเลนส์มาตัวเดียวเลยไม่มีเลนส์ซูมถ่ายเจาะเข้าไป

ก็ตระเวนไปเรื่อยล่ะครับ แล้วพอตกเย็นก็มาแถวริมน้ำ แถวๆสะพานมอญนั่นล่ะครับ ที่เห็นนี่คือฝั่งมอญนะครับ
ตกเย็นจะเห็นควันลอยออกมาเต็มเลย เดาว่าเขาน่าจะก่อไฟทำอาหารกัน สวยดีเหมือนหมอกสร้างเองเลย 555

ตรงท่าเรือที่ยืนถ่ายรูปอยู่ก็มีเด็กมาลงเรือ น่าจะกลับบ้านกันมั้ง มีแซวนักท่องเที่ยวที่กำลังถ่ายรูปแถวๆนั้นด้วย 😛

ถ่ายรูปไปเรื่อยล่ะครับ พอเร็มเย็นลงไอีกก็มีเด็กมาจากไหนไม่รู้ วิ่งมาลงเล่นน้ำกัน พูดไม่ชัดด้วย
น่าจะไม่ใช่คนไทยล่ะ ฮ่าาา ใครเคยได้ยินลาล่า ลูลู่ โปงลางสะออน พูดก็แบบนั้นเลยล่ะ (แต่อันนั้นเขาแกล้งพูดไม่ชัดนะ)
เห็นเด็กโดดน้ำเล่นก็อยากเล่นบ้าง แต่เรามาตัวคนเดียว ชุดเอามาเปลี่ยนเล่นน้ำก็ไม่มี แถมถือกล้องมา ก็คงอดล่ะ

สะพานที่ทุกคนต้องถ่ายครับ 😛 สะพานมอญนั่นเอง
อากาศช่วงนี้เริ่มเย็นๆแล้วครับ ตอนเช้าๆก็มีหมอกลงบ้างแล้ว อาาศดีเลยทีเดียว แต่ว่าตอนกลางวันแดดออกก็ยังร้อนอยู่

วิวจากบนสะพาน บรรยากาศดีมากๆ ตกเย็นคนก็ออกมาเดินเล่นกันเยอะแยะ ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว
เห็นเขามากันเป็นคู่มีนางแบบส่วนตัวเอาไว้ถ่ายรูป ไอ้เราก็อิจฉา ช่างน่าเศร้า ได้แค่ถ่ายต้นไมใบหญ้า ฮ่าาาาา

และแน่นอน มาสังขละบุรี ไม่ถ่ายเด็กโดดน้ำได้อย่างไร 😀
ถามน้องคนนึงว่า โดดตีลังกาลงไปได้ไหม น้องตอบมาว่า “ได้แต่ต้องข้างล่างนะ” เลยถามกลับไปว่าทำไมล่ะ
น้องตอบกลับมาว่า “โดดจากบนนี้ลงไปแล้วจุก” 5555 ฮาาา

ยามเช้าแล้วครับ เห็นสองชีวิตสองกิจกรรมบนแพไม้ไผ่อันเดียวกัน ต่างคนต่างก็มีชีวอตเป็นของตัวเองนี่เนอะ

หมดแล้วล่ะครับ ไม่อยากลงรูปเยอะเดี๊ยวจะเบื่อกันเสียก่อน
จบทริป ทริปนี้ไม่ค่อยได้ไปไหนเดินดูอะไรมากมายซักเท่าไร แต่เหมือนเรามาเสพบรรยากาศ ความสงบเพื่อเติมพลังชีวิต
ได้นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย พอได้มาเที่ยวตามชนบทที่เรียบๆง่ายๆ แบบนี้บ่อยๆ มันทำให้ผมคิดอยากมาใช้ชีวิตแบบนี้
ในยามที่เริ่มแก่ อนาคตเรานั้นไม่แน่นนอน งานที่ทำอยู่ตอนนี้ก็มีความสุขดี ยังหนุ่มค้นคว้าหาประสบการณ์ไป
ไม่แน่ต่อไปอาจจะไปเป็นอาสาสมัครครูบ้านอกก็ได้

จบละครับ ใครอยากไปเที่ยวก็รออีกซักนิดให้หนาวกว่านี้อีกหน่อยบรรยากาศคงดีไม่น้อย แต่คนคงจะเยอะมากมาย
หรือจะไปเที่ยวหน้าร้อนตอนน้ำแล้งก็ดี สามารถเดินไปชมวัดจมน้ำได้เลยล่ะ อีกบรรยากาศนึงที่น่าไปสัมผัส

 

 

 

Leave a reply