รักเลย..เชียงคาน

แฮร่~ พักสมองกันหน่อย กับใครที่เจอแต่เรื่องหนักๆ วันนี้ผมจะมาพาไปเที่ยวคร้าบบ (นี่เว็บเรามันเว็บอะไรกันแน่)
สำหรับที่ๆ จะพาไปก็คือจังหวัดเลยครับ ดองไว้นานเลยสำหรับที่นี่ เพราะไปมาเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมานี่เอง

พูดถึงเลยเป็นจังหวัดในแดนดดินถื่นอีสาน ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากพอสมควรเลยล่ะ แต่ที่จะมาเล่าให้ฟังจะเป็นที่
ภูเรือ เชียงคาน และภูทอกครับ

มาเริ่มกันที่แรกกับภูเรือครับ เป็นภูที่สามารถไปได้ง่ายๆ ไปไกลมากนัก แต่ได้บรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวก็นิยมจะไปกัน
เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ทั้งร้านอาหาร จุดกางเต๊นท์ที่เยอะแยะ ทำให้ไม่ต้องลำบากหรือเตรียมตัวไปมากนัก

 

เดินทางก็ง่ายๆ ผมใช้วิธีนั่งรถทัวร์ไปลงที่หล่มสัก ลงตรงตลาดภูเรือนั่นแหละ แล้วหาเหมารถสองแถวขึ้นไป ราคาก็ตก 400 บาท
ไปกัน 4 คนตกคนละ 100 เอง ส่วนขาลงใช้วิธีโบกรถนักท่องเที่ยวบนนั้นเอาครับ ด้านได้อายอด ก็เลยลงจากภูมาฟรีๆ

นี่เป็นจุดเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติครับ และเราก็สามารถเดินไปบนยอดภูได้เลย หรือจะนั่งรถสองแถวบริการไปก็ได้ครับ
แต่เดินได้เหนื่อยนิดหน่อย แต่สนุกดี มีอะไรให้ดูเยอะแยะ ซึ่งถ้าเดินอีกทางนึงจะเป็นถนนลาดยางก็จะเดินง่ายๆสบายๆ
แต่เรามากันเช้าครับ อากาศยังเย็นไม่กลัวเหนื่อย ฮร่าาาา

ยอดภูเรือ จริงๆบนนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก วิวก็ไม่ได้สวยเว่อร์สักเท่าไร ขึ้นมาแล้วก็จะมีพระธาตุ (ล่ะมั้ง) ให้มากราบไหว้ครับ
เสียดายที่ไปคราวนี้เมฆหมอกเยอะ เลยเห็นแต่หมอกจางๆ ขาวโพลนไปทั่วไม่ค่อยเจอแดดเลย

ขาลง เราเดินลงอีกทางครับ ถนนเรียบๆ เดินง่ายๆ ดูจากท่าทางแต่ละคนก็น่าจะรู้แล้วล่ะ ฮ่าาาาา
กิจกรรมยามเช้าก็ไม่มีอะไรนัก ขึ้นไปบนยอดเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งก็จะมีรถของเจ้าหน้าที่คอยรับส่ง ค่าบริการคนละ 10 บาท
แล้วหมอกก็เยอะ ถ่ายรูปมาไม่เห็นอะไรเลย ฉะนั้นเราจะตัดไปที่เชียงคานกันเลยยย
ก็นั่งรถจากภูเรือไปลงตัวเมืองเลยครับ แล้วนั่งรถเมล์หวานเย็นต่อไปอีก รวมๆแล้วเสียเวลาการเดินทางไปราวๆ 3-4 ชั่วโมงครับ กว่าจะมาถึงเชียงคาน

เชียงคาน เมืองที่เวลาเดินช้า เหมาะกับการปล่อยชีวิตให้ไกลไปตามกระแสเวลาที่ช้า ช่วงนี้เป็นหน้าหนาวอากาศยังเย็น
ผู้คนก็จะเยอะเป็นธรรมดา ส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะออกกันมาช่วงเย็นๆซะมากกว่า เพราะมีถนนคนเดินครับ
เชียงคานอยู่ติดกับลำน้ำโขง อีกฝั่งก็เป็นประเทศลาวครับ ได้บรรยากาศมากๆ
แต่ตอนนี้เชียงคานเปลี่ยนไปเยอะพอสมควรจากปีที่แล้วที่ผมเคยมา เนื่องจากนายทุนต่างๆเข้ามาหารายได้
อย่างปีที่แล้วที่ผมมาก็มี 7-11 มาเปิดที่เชียงคานแล้วครับ – -”

เอาล่ะระหว่างระเวลารอเวลาเย็น เราจัดแจงเช่ามอเตอร์ไซค์ไปที่ยอดนิยมอีกที่นึง ก็คือแก่งคุดคู้ จริงๆแล้วปั่นจักรยานมาได้
แต่ก็เหนื่อยนิดนึง ปีที่แล้วผมปั่นจักรยานมาครับ เพราะมาคนเดียว ฮร่าาาาา

แนวโขดหินข้างหลังนั่นล่ะครับเขาเรียกกันว่า”แก่ง” จะเห็นชัดตอนน้ำลง ส่วนพื้นที่แตกๆอยู่นี่ช่วงน้ำขึ้นจะเป็นแม่น้ำหมดลยนะครับ
ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้นก็คือฝั่งลาวครับ ^^

นี่เป็นภาพของปีที่แล้วครับ ผมมาช่วงเดือน มิ.ย. ออกแนวหน้าฝนหน่อย น้ำก็เต็มแบบนี้ล่ะครับ แถมอากาศร้อนเหลือ โชคดีที่ฝนไม่ตก
ไม่รู้จะบ้ามาทำอะไร แต่ก็ดีนะไม่เจอผู้คนเลย เหมือนเชียงคานมีผมคนเดียว

ตกเย็นเริ่มมีผู้คนมากมายออกมาถนนคนเดิน

แต่ปีที่แล้วผมมาช่วงที่คนเขาไม่มาเที่ยวกันครับมันก็เลยเป็นแบบนี้..

และแบบนี้…

 

กร๊ากกก เงียบดีไหมล่ะ ผมล่ะชอบมากเลย เหมือนมาปล่อยเวลาให้ไหลไป ได้พักผ่อนจริงๆจังๆ แต่กลางวันก็ร้อนตับแล่บเลยล่ะ

ถนนคนเดินยามค่ำคืนช่วงเวลาท่องเที่ยวก็สนุกดีครับ ร้านค้ามากมาย ของกินหลากหลาย ช็อป ชิม ชิว กันเพลินเลย
ที่เชียงคานก็มีอาหารขึ้นชื่อหลายอย่างครับ อาหารอีสานนั่นแหละ อย่างเช่น ก๋วยจั๊บญวณ (ที่นี่เรียกข้าวเปียกเส้น)
ไข่กระทะ, ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว (ขนมจีนน้ำใส เป็นการเอาเส้นขนมจีนมาทำก๋วยเตี๊ยวน้ำใสน่ะครับ) แล้วก็มีกุ้งน้ำโขงตัวเล็กๆ
กินได้ทั้งตัวหวานมัน อร่อยครับ (ปีที่แล้วสารภาพเลยว่า ตระเวนกินทั่วเลยรู้หมดว่าร้านไหนอร่อย)

มาสู่กิจกรรมยามเช้าครับ มีสองทางเลือกคือ ไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูทอก กับตักบาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า
(ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าไปภูทอกจะกลับมาไม่ทันพระบิณฑบาตรครับ)
ซึ่งมากับเพื่อนครั้งนี้หน้าหนาวพอดี เราก็ไม่พลาดที่จะไปภูทอก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องทะเลหมอก

เดินทางไปภูทอกเราสามารถติดต่อทางบ้านพักได้เลยครับ เขาจะมีรถพาเราไป แต่ต้องตื่นเช้าหน่อยครับ

แต่พอไปถึงโชคชะตาก็กลั่นแกล้งผมอีกแล้ว  T_T ทะเลหมอกน่ะไม่มี แต่มีหมอกนิดหน่อยพอโอเค
แต่พระอาทิตย์นี่สิ ไม่โผล่มาให้เห็นเลย อยากจะกรี๊ดดด

เอาวะถ่ายได้เท่าที่ตามมีตามเกิด

อ้อลืมเล่า การใส่บาตรข้าวเหนียว คือถ้าเราอยากใส่บาตรก็สามารถบอกทางบ้านพักได้เช่นกัน ซึ่งก็จะจัดแจงของใส่บาตรเตรียมไว้ให้ครับ

ภาพบรรยากาศจากปีที่แล้ว 😀 แต่ถ้าไปช่วงท่องเที่ยวก็จะมีแต่คนเต็มไปหมดเลย ทริปของเราก็จบเพียงเท่านี้ล่ะครับ

สำหรับเชียงคานผมว่าถ้าใครอยากไปพักผ่อนจริงๆก็น่าจะหาช่วงเวลาไปตอนคนไม่เยอะ แต่อากาศคงไม่ดีเท่าช่วงหน้าหนาว
แต่เราจะได้วิถีชาวบ้านจริงๆของที่นั่นมาครับ จริงๆอยากจะเล่าการไปเที่ยวของปีที่แล้วด้วย แต่กลัวจะยาวเกินไป เลยเอาแค่นี้ดีกว่า

ลาไปด้วยเจ้าโบ้ ชิวาว่าที่บ้านแสงจันทร์ที่ผมไปพักมาเมื่อปีที่แล้วครับ 😛

ปล. ไข่แดงๆมันน่าดีดจริงๆ กร๊ากกกก

 

 

 

Leave a reply